อำเภอพิชัย ข่าวอำเภอพิชัย ร้านค้าในพิชัย ตำบลในอำเภอพิชัย เวปบอร์ดอำเภอพิชัย ร้านค้าออนไลนโรงแรมอำเภอพิชัย

User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

จังหวัดอุตรดิตถ์

ข่าวอำเภอพิชัย

วัดในอำเภอพิชัย

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ข่าวอำเภอพิชัย » ข่าวเด่นในพิชัย

มือบึ้มอิหร่านยังไม่รู้สึกตัว

มือบึ้มอิหร่านยังไม่รู้สึกตัว
 ผู้นำกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ ออกปฏิเสธข่าวเชื่อมโยงและเกี่ยวพันกับเหตุระเบิด เป้าหมายโจมตีนักการทูตอิสราเอล ทั้งในอินเดีย จอร์เจีย และกรุงเทพฯ โดยบอกเป็นเรื่องน่าขายหน้าและง่ายเกินไป หากทำจริงแรงกว่านี้

           วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากคำกล่าวของ นายซัยยิด ฮะซัน นัศรุลเลาะห์ ผู้นำฮิซบุลเลาะห์ ที่ออกมาปฏิเสธข่าว จากการกล่าวหาของทางการอิสราเอลว่า เหตุระเบิด 3 จุด ที่มุ่งโจมตีนักการทูตอิสราเอล ในประเทศอินเดีย จอร์เจีย และกรุงเทพฯ โดย นายนัศรุลเลาะห์ กล่าวว่า เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของชาวอิหร่านที่ก่อเหตุ  เราไม่ได้ทำและเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างที่ทางการอิสราเอล กล่าวหา

           ทั้งนี้ ผู้นำฮิซบุลเลาะห์  ได้กล่าวระหว่างการชุมนุมเพื่อรำลึกถึง ไอมัด มุกห์นิยาห์ อดีตผู้บัญชาการระดับสูง ที่ถูกลอบสังหาร เมื่อปี 2551 โดย ผู้นำฮิซบุลเลาะห์  กล่าวว่า มันเป็นเรื่องน่าอายและน่าขายหน้าสำหรับเรื่องดังกล่าว ถ้าหากการฆ่าชาวอิสราเอล หรือ นักการทูตอิสราเอล เป็นการกระทำ เพื่อการแก้แค้นให้กับ มุกห์นิยาห์

           สำหรับ ไอมัด มุกห์นิยาห์ ผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่ม ถูกลอบสังหารด้วยการวางระเบิดรถยนต์เมื่อ ก.พ. ปี 2551 ที่กรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย


 ตำรวจเผย หญิงอิหร่านหนีกลับประเทศ

           เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าใน การจับกุมคนร้ายชาวอิหร่าน ที่วางระเบิดบริเวณถนนสุขุมวิท 71 ว่า แม่เหล็ก 6 ตัวที่คนร้ายนำไปติดใต้ฐานวิทยุ เพื่อเตรียมติดใต้ท้องรถ หมายจะทำร้ายบุคคลสำคัญนั้น เป็นแม่เหล็กแรงสูง ยึดติดกับวัตถุได้ดี และไม่สามารถหาได้ทั่วไปตามคลองถม ตำรวจกำลังสืบสวนอยู่ว่า แม่เหล็กนี้มาจากแหล่งใด

           ด้านคนร้ายที่สามารถหลบหนีไปได้นั้น ทราบชื่อคือ นางไลล่า โรซานี  ซึ่งขณะนี้อยู่ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ส่วนชายชาวอิหร่านสองคน ทราบเพียงว่าออกจากบ้านที่เกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะมีการวางระเบิด ขณะนี้กำลังตรวจสอบชื่อและนามสกุล คาดว่าน่าจะหลบหนีไปที่ประเทศมาเลเซีย ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศอิหร่าน


ตึกนาซ่า เวกัส


 ค้น นาซ่าเวกัส แก๊งบึ้มเคยพัก พบวัสดุต้องสงสัย


            เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น ตึกนาซ่า เวกัส ถ.รามคำแหง ย่านคลองตัน ที่แก๊งบึ้ม 3จุดเคยพัก พบวัสดุต้องสงสัย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขณะ พฐ.ตรวจลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ

            เมื่อวานนี้ (16 กุมภาพันธ์) เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ และเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี เข้าตรวจสอบห้องเลขที่ 409 อาคารเวกัส นาซ่า ทาวเวอร์ ถนนรามคำแหง ย่านคลองตัน ภายหลังสืบทราบว่า นางโรฮานี่ ไลลา ผู้ต้องหาในคดีระเบิด 3 จุด ย่านซอยสุขุมวิท 71 ที่ยังหลบหนีอยู่นั้น ได้เข้ามาเช่าห้องพักดังกล่าวไว้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาในการเข้าตรวจสอบห้องพักดังกล่าว ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยภายในห้องพักนั้น มีสภาพที่รก และเต็มไปด้วยเศษขยะจำนวนมากขณะเดียวกันพบว่า มีเสื้อผ้าของผู้ชาย เบ็ดตกปลา รวมไปถึงวัสดุต้องสงสัย ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อยู่ภายในห้องดังกล่าวด้วย แต่ไม่พบสารประกอบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด

            พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนั้น จะได้ทำการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอ ที่ติดอยู่ภายในห้องพัก และวัสดุต้องสงสัยอย่างละเอียด เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบในที่ประชุมวันพรุ่งนี้


 ผบ.ตร.เร่งขอมาเลย์ ส่งตัว มาซุด 

            พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการติดต่อควบคุมตัว นายมาซุด ซีดากัส ซาเดท มาดำเนินคดีว่า เมื่อศาลอนุมัติหมายจับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อประสานขอให้ส่งตัว นายมาซุด เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อให้อัยการสูงสุดพิจารณา ส่วนการติดตาม น.ส.โรฮานี่ ไลลา ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีนั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าเป็นเพียงผู้เช่าบ้านหลังที่เกิดเหตุเท่านั้น ไม่น่าจะร่วมก่อเหตุระเบิด แต่ทั้งนี้ต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง หากพบข้อมูลร่วมทำผิดก็ต้อง
ดำเนินการตามกฎหมาย

            ส่วนเป้าหมายการก่อเหตุ จะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล หรือไม่นั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพุ่งเป้าที่ตัวบุคคล ไม่เจตนาทำร้ายคนไทย ไม่เกี่ยวกับคนไทย ประเทศไทย เพราะไทยมีสัมพันธ์อันดีกับทุกประเทศ
 
            อย่างไรก็ตามขณะนี้ เจ้าหน้าที่ก็ได้เพิ่มความระมัดระวังและดูแลติดตามสถานการณ์อยู่อย่างใกล้ชิด

 



[16 กุมภาพันธ์] วงจรปิดพบชายต่างชาติอีก 1 คน เอี่ยวบึ้ม 3 จุด 

     ข่าวระเบิด    

ข่าวระเบิด



พบบ้านต้องสงสัยซุกบึ้มอีก 1 หลังใน กทม. (ไอเอ็นเอ็น)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3 


           รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผย กล้องวงจรปิดพบชายชาวตะวันออกกลาง อีก 1 คน เอี่ยมบึ้ม 3 จุด เตรียมขอศาลออกหมายจับ ขณะพบบ้านต้องสงสัยประกอบระเบิดอีก 1 หลังใน กทม.

           วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังประชุมพนักงานสอบสวนคดีระเบิด 3 จุด ในซอยปรีดีพนมยงค์และสุขุมวิท 71 เพื่อมอบหมายงาน ประกอบด้วยกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบังคับการตำรวจสันติบาลว่า จากการสอบพยาน และภาพวงจรปิด พบชายชาวตะวันออกกลางอีก 1 คนที่มีพยานยืนยันว่า มีความสัมพันธ์ และเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ และตรวจสอบว่ายังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ตำรวจสันติบาลไปรวบรวมหลักฐานเรื่องนี้โดยละเอียด ในทางการข่าว

           นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า นางโรฮานี ไลลา ได้เช่าบ้านอีก 1 หลัง ในพื้นที่ กทม. ซึ่งอยู่ระหว่างขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวว่า จะเป็นสถานที่ประกอบวัตถุระเบิดหรือไม่ รวมถึงได้กำชับให้พนักงานสอบสวน ไปสอบปากคำพยานบุคคล และตรวจสอบสถานที่อีกหลายแห่ง ทั้งนี้ยืนยันว่า ในการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ไม่พบตราสัญลักษณ์ ที่เกี่ยวข้องการกับก่อการร้ายสากล

           พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือ ร้านค้าที่จำหน่ายสารประกอบวัตถุระเบิดให้กับผู้ต้องสงสัย เข้าให้รายละเอียดกับพนักงานสอบสวน เพื่อยืนยันผู้ต้องสงสัยด้วย

  สตม.เผยรวบอีก 1 บึ้ม 3 จุด ซุกมาเลย์-จ่อขอตัว 




             รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เผย ตำรวจมาเลเซีย จับกุมตัวผู้ต้องสงสัย เหตุระเบิด 3 จุด ในไทยได้แล้ว ไทยอยู่ระหว่างการประสานขอตัว

             พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ ตำรวจมาเลเซีย สามารถทำการจับกุมตัว นายซีดากัส ซาเด็ส มาซุด สัญชาติอิหร่าน ผู้ต้องสงสัยในคดีเหตุระเบิด 3 จุด ในซอยสุขุมวิท 71 เมื่อวานที่ผ่านมาได้แล้ว ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้ ทางการไทย อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสาร และส่งหนังสือเพื่อขอตัวผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าว กลับมาสอบสวนและดำเนินคดีในประเทศไทย

             อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ นายซีดากัส ซาเด็ส มาซุด หลังจากเกิดเหตุ ได้เดินทางหลบหนี ไปยังประเทศมาเลเซีย เมื่อเวลา 21.00 น. ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา





[15 กุมภาพันธ์] ศาลออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหา โยงระเบิดสุขุมวิท 71





 




             สมช.แถลงเหตุบึ้ม 3 จุด มุ่งเป้าบุคคล ไม่ใช่ก่อวินาศกรรม เพราะอานุภาพระเบิดไม่แรง ขณะที่ ผบ.สตม.คาดโยงเหตุระเบิดอินเดีย เพราะเป็นระเบิดชนิดเดียวกัน ล่าสุด ศาลออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหาแล้ว พร้อมกับข่าวลือว่า 1 ในผู้ต้องหาที่หลบหนีไปมาเลเซียถูกจับแล้ว
  
             จากกรณีที่วานนี้ (14 กุมภาพันธ์) เกิดเหตุการณ์ระเบิดกลางกรุงขึ้นที่ซอยปรีดีพนมยงค์ ย่านสุขุมวิท 71 ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยทราบภายหลังว่าผู้ปาระเบิดคือ นายซาเล็บ โมราบิ แต่พลาดท่าระเบิดตกใส่ขาขาด ถูกนำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

             เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวภายหลังร่วมสอบปากคำ นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี ชาวอิหร่าน ผู้ต้องสงสัยร่วมกับ นายซาเร็บ โมราบี ชาวอิหร่าน ก่อเหตุระเบิด 3 จุด บริเวณ ซอยปรีดีพนมยงค์ 31-33 ถนนสุขุมวิท 71 เมื่อวานที่ผ่านมาว่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวไว้ ตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง เท่านั้น ซึ่งสามารถควบคุมตัวได้เท่าที่จำเป็น โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลา ขณะที่ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ประกบดูแลผู้ต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด  

          ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดในประเทศอินเดียหรือไม่ นั้น พล.ต.ท.วิบูลย์ ระบุว่า มีความเชื่อมโยงกัน เนื่องจากพบว่าเป็นระเบิดชนิดเดียวกัน โดยขณะนี้ ทางการไทย ก็ได้มีการประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศอิสราเอลด้วย

          สำหรับผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ยังหลบหนี เบื้องต้นทราบชื่อ นายมาซูด เซดากัตซาตห์ ซึ่งเดินทางออกนอกประเทศไป เมื่อวานที่ผ่านมา เวลา 20.20 น. ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย โดยมีปลายทางที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ ยังพบด้วยว่า ผู้ต้องสงสัย เช็กอินที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 18.00 น.

          บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าของคดีระเบิดภายในซอยสุขุมวิท 71 จำนวน 3 จุด ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมพนักงานสอบสวนเพื่อเข้าสอบปากคำ นายโมฮัมหมัด ฮาซาอิ ผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่าน ที่ถูกจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว 

          อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ นายอาทริส ฮุสเซน ผู้ต้องหาก่อการร้ายที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหา นายซาอิฟ โมราบิ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุระเบิดคือพยายามฆ่าผู้อื่น พกพาวัตถุระเบิด และพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน โดยยังไม่พบว่าคนไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่มีผู้หญิงชาวอิหร่านอีก 1 คน ที่มาเช่าบ้านพักไว้เมื่อปลายปีก่อน ซึ่งน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาด้วย

          พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะออกมาตรการป้องกันเหตุระเบิด และออกตรวจตราตามบ้านเช่า หรือเกสต์เฮาส์ที่มีชาวตะวันออกกลางไปพักอาศัยอยู่ รวมถึงเป็นการตรวจค้นพื้นที่ ทั้งอาวุธ และรถยนต์ที่ผ่านไป - มา เพื่อคอยป้องกันเหตุ รวมถึงขอความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้คอยแจ้งเบาะแสกับทางตำรวจ ทั้งนี้ การข่าวยังไม่มีอะไรน่ากังวล

           ขณะที่เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีระเบิดแล้ว 4 ราย ประกอบด้วย นายซาอิด โมราดิ อายุ 28 ปี นายมูฮัมหมัด ฮะซาอิ อายุ 42 ปี ที่ถูกจับกุมได้ นายมาซุด ซีดากัส ซาเดท อายุ 31 ปี ที่หลบหนีอยู่ในประเทศมาเลเซีย และนางสาวโรฮานี่ ไลลา ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยพร้อมกัน และเป็นผู้ติดต่อขอเช่าห้องที่เกิดเหตุ ซึ่งจากนี้ไป เจ้าหน้าที่จะส่งหมายจับไปยังตำรวจสากล เพื่อจับกุมติดตามตัวต่อไป

          ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้เกิดกระแสข่าวว่า ทางการประเทศมาเลเซีย สามารถจับกุมตัว นายมาซูด เซดากัตซาดห์ ผู้ต้องสงสัยเหตุระเบิดที่หลบหนีไปยังประเทศมาเลเซียได้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างประสานกับทางการไทยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป 



ระเบิด สุขุมวิท 71


 แพทย์แถลงมือบึ้มชาวอิหร่านยังไม่รู้สึกตัว

          ผอ. ร.พ.จุฬาฯ แถลงอาการของหนุ่มอิหร่านที่ถูกระเบิด ยังอยู่ในไอซียู ประคองให้มีสัญญาณชีพคงที่ ยังไม่มีใครติดต่อเข้าเยี่ยม

          คณะแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แถลงอาการของนายซาอิฟ โมราบิ อายุ 28 ปี ชาวอิหร่าน 1 ในผู้ก่อเหตุระเบิด 3 จุดบริเวณ ซอยปรีดีพนมยงค์ โดยล่าสุด รองศาสตราจารย์นายแพทย์ โศภณ นภาธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ นายซาอิฟ ปลอดภัยแล้ว เนื่องจากมีสัญญาณชีพที่ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ซึ่งยังคงต้องให้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนจะสามารถให้ปากคำกับตำรวจได้เมื่อไรนั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว และยังคงต้องเฝ้าดูอาการแบบวันต่อวัน ส่วนการรักษาต่อจากนี้ จะเป็นการประคับประคองให้มีสัญญาณชีพที่คงที่

          นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลยังได้เก็บวัตถุพยาน พร้อมทั้งเศษชิ้นเนื้อที่มีเศษโลหะฝังอยู่ ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน

          อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยืนยันว่า ยังไม่มีสถานทูตหรือญาติของนายซาอิฟ ติดต่อเข้าเยี่ยม และยังไม่มีการประสานให้ย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลตำรวจ แต่ขณะเดียวกัน ก็ได้ประสานกับตำรวจให้รักษาความปลอดภัยให้กับ นายซาอิฟ อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

 สมช.ชี้บึ้ม 3 จุด พุ่งเป้าบุคคล ไม่ใช่วินาศกรรม

          เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการ สมช. แถลงข่าวหลังการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ว่า เหตุระเบิด 3 จุด เมื่อวานนี้ น่าจะเป็นการมุ่งเป้าที่ตัวบุคคล ไม่ใช่การเตรียมก่อวินาศกรรม เนื่องจากหลังจากตรวจสอบอุปกรณ์ระเบิดเบื้องต้น พบว่า อานุภาพระเบิดไม่สามารถทำลายล้างอาคารสถานที่ได้

          สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดสถานทูตอิสราเอลที่อินเดีย และจอร์เจีย หรือไม่นั้น เลขาธิการ สมช.ระบุว่า กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน รวมทั้งเรื่องที่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับนายอาทริส ฮุสเซน ผู้ต้องหาชาวเลบานอนที่ไทยเคยจับได้ก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ก็อยู่ในระหว่างการสอบสวนเช่นกัน 

          ด้าน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า จากกรณีที่จับกุมคนร้ายชาวอิหร่าน 2 คนที่ก่อเหตุระเบิดนซอยปรีดีพนมยงค์ 31 นั้น เบื้องต้นตำรวจได้ตั้งข้อหาดังนี้ มีระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำให้เกิดระเบิดและทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ฆ่าเจ้าหน้าที่โดยเจตนา ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 คน หลบหนีไปยังประเทศมาเลเซียแล้ว ซึ่งได้ประสานงานขอความร่วมมือไปแล้ว และหากรวบรวมหลักฐานครบก็จะขออนุมัติหมายจับจากศาล ในส่วนของคนไทยที่ให้ผู้ต้องหาเช่าบ้านนั้น จากการสอบสวนพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่หญิงชาวอิหร่านที่เป็นผู้เช่า ยังต้องตรวจสอบต่อไป 

          อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคนเข้าเมืองในการตรวจตรากลุ่มคนต้องสงสัยที่เดินทางเข้า-ออกในประเทศอย่างเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มาก่อเหตุในครั้งนี้ พร้อมทั้งได้กำหนดให้พื้นที่ สน.คลองตัน เป็นศูนย์ปฏิบัติการเร่งรัดติดตามคลี่คลายคดีที่คนร้ายชาวอิหร่านก่อเหตุระเบิดในครั้งนี้ด้วย ก่อนที่จะได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดในวันนี้ (15 กุมภาพันธ์) ต่อไป

  รมว.ต่างประเทศ ชี้บึ้ม 3 จุด ไม่ใช่ก่อการร้าย

          รัฐมนตรีต่างประเทศ เชื่อ เหตุระเบิด 3 จุด ไม่ใช่ก่อการร้าย ยัน ไทยไม่ใช่เป้าหมาย ขณะ 10 ประเทศ เตือนให้ระวัง

          นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เชื่อว่า เหตุคนร้ายลอบวางระเบิด 3 จุด วานนี้ ไม่น่าจะเป็นการก่อการร้าย เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบเป็นระเบิดสังหารบุคคลมากกว่า รวมทั้งเห็นว่า ประเทศไทยไม่น่าจะเป็นเป้าหมายในการวางแผนวินาศกรรม แต่อาจเป็นการประกอบระเบิด เพื่อนำไปก่อเหตุในประเทศอื่น ๆ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ก่อการร้าย อย่าใช้ประเทศไทยกระทำการเช่นนี้ ที่ผ่านมา ไทยวางตัวเป็นกลางทางการทูตมาโดยตลอด จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของชาติอื่น ๆ 

          ขณะเดียวกัน นายสุรพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า จากนี้ไปเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. ต้องตรวจสอบสถานะบุคคลให้มากขึ้น แม้เหตุการณ์ดังกล่าวมีประเทศที่เตือนให้พลเมือง ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวของตน ระวังเหตุในไทยแล้ว 10 ประเทศ



 

 ชุมพล รับเหตุระเบิด 3 จุด กระทบนักท่องเที่ยว

          "ชุมพล ศิลปอาชา" รับ เหตุระเบิด 3 จุด กระทบนักท่องเที่ยว แนะหน่วยงานเกี่ยวข้องชี้แจง พร้อมอาจชะลอวีซ่าหน้าด่าน

          นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับว่า เหตุระเบิด 3 จุดที่ถนนสุขุมวิท 71 เมื่อวานนี้ ส่งผลในทางจิตวิทยาต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งอาจมีแผนการยกเลิกการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร และการจองล่วงหน้า แต่อาจเปลี่ยนไปเที่ยวในจังหวัดอื่นแทน ส่วนผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาตินั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องชี้แจงกันต่อไป

          ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา สูงถึง 1,940,000 คน ส่วนเรื่องการตรวจสอบนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศนั้น ก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำหรับการออกวีซา  Visa On Arrival  หรือ วีซาหน้าด่าน อาจต้องมีการชะลอออกไปก่อน

          อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคง เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะหน่วยงานดังกล่าวได้ดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างเต็มที่

 สุกำพล ยันบึ้ม 3 จุด ไม่โยงก่อการร้าย 

          พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ได้ติดตามข่าวกรณีระเบิดกลางกรุง 3 จุด เมื่อวานนี้ ทราบว่าไม่มีอะไร ซึ่งส่วนตัวไม่อยากให้นำไปขยายให้ใหญ่โต เพราะเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องของคนไม่ดีที่ทำระเบิดและเกิดระเบิดขึ้นมา โดยยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการก่อการร้าย ซึ่งสามารถจับคนร้ายได้ 2 คนแล้ว และเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จะยังไม่เข้าไปมีส่วนในการตรวจสอบ
 
 
 จับผู้ต้องหาได้อีก 1 คน 
 
             ในช่วงค่ำของวันดังกล่าว พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาในดคีนี้เพิ่มเติมได้อีก 1 คน คือ นายโมฮัมหมัด ฮาซาอิ 42 ปี สัญชาติอิหร่าน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลาประมาณ 18 .15 น. ขณะที่นายโมฮัมหมัดกำลังเตรียมเดินทางหลบหนีไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กักตัวเพื่อรอสอบสวนที่ด่านตรวจขาเข้า

 รพ.จุฬาฯ ชี้คนร้ายโอกาสรอดสูง
 
             จากการวินิจฉัยของแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พบว่า แรกรับผู้ป่วยเรียกลืมตา ผิวหนังบริเวณใบหน้ามีคราบสีดำติดผม ขนตา ขนจมูกไหม้ ขาข้างขวาขาดระดับเข่า ส่วนขาข้างซ้าย มีลักษณะผิดรูป ใส่เครื่องป้องกันการเคลื่อน มีการให้ออกซิเจนผ่านทางหน้ากาก ในเบื้องต้นแพทย์ได้ให้น้ำเกลืออย่างเร็ว หัวใจผู้ป่วยเต้น 122 ครั้ง/นาที หายใจ 24 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 126/78 มิลลิเมตรปรอท ใส่ปลอกคอป้องกันการเคลื่อนของกระดูกต้นคอ และใส่ท่อหลอดลม พร้อมติดเครื่องช่วยหายใจ และใส่หลอดสายอาหารผ่านทางจมูกไปยังกระเพาะอาหาร ใส่ท่อสายสวนปัสสาวะ และได้นำผู้ป่วยส่งทำเอกซเรย์และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เบื้องต้นมีการบาดเจ็บรุนแรงที่ขาทั้งสองข้าง ตาขวา และบริเวณผิวหนังใบหน้าและลำคอ จากนั้นจึงนำส่งเข้าห้องผ่าตัด เพื่อทำการผ่าตัดให้กับผู้ป่วยรายนี้ต่อไป

             ทั้งนี้ รศ.นพ.รัฐพลี ภาคอรรถ รอง ผอ.รพ.จุฬาลงกรณ์ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า แม้ผู้บาดเจ็บจะมีอาการสาหัสมาก แต่คณะแพทย์จะรักษาเต็มที่ และเชื่อว่ามีโอกาสรอดสูง ซึ่งต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
 
 
 ค้นบ้านเจอระเบิดเพิ่ม
 
             พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ตำรวจนำกำลังไปค้นในบ้านเช่าคนร้าย พบระเบิดแบบประกอบเป็นวิทยุทรานซิสเตอร์ 2 เครื่อง ภายในมีซีโฟร์หนักประมาณ  2-3 ปอนด์ พร้อมด้วยระเบิดลูกเกลี้ยงเอาไว้เพื่อเป็นตัวจุดระเบิด แต่กู้ได้หมด ซึ่งระเบิดที่ประกอบน่าจะมีทั้งหมด 5 ลูก แต่ระเบิดไปก่อนหน้า 3 ลูก คือจุดแรกที่บ้านเช่า ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดพลาด ส่วนอีกจุดตรงบริเวณระเบิดแท็กซี่ และจุดสุดท้ายที่ระเบิดแล้วคนร้ายได้รับบาดเจ็บเอง ทั้งนี้ คาดว่าผู้เกี่ยวข้องน่าจะมีมากกว่า 3 คน และทางตำรวจเชื่อว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่น่าจะใช่ที่ประกอบระเบิด แต่ประกอบมาจากที่อื่นแล้วนำมาเก็บไว้ที่นี่
 
             นอกจากนี้ ในบ้านที่เกิดเหตุพบรอยเลือด ก็แจ้งไปยังสถานพยาบาลทุกแห่งให้เฝ้าดูกลุ่มบุคคลชาวอิหร่านหรือตะวันออกกลางซึ่งอาจจะเข้าไปรักษาตัวหรือไม่


 ลำดับเหตุการณ์บึ้ม

             เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น 3 ครั้ง ใน 3 จุด บริเวณ ซ.สุขุมวิท 71 ระหว่าง ซ.ปรีดี พนมยงค์ 31-42 เยื้องกับโรงเรียนเกษมพิทยา ท้องที่ สน.คลองตัน ที่เกิดเหตุเป็นตู้โทรศัพท์เรียงกันอยู่หลายตู้ มีผู้บาดเจ็บ 4-5 ราย โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัสนอนพับอยู่ใกล้ตู้โทรศัพท์ 1 ราย

             นายสัญชัย บุญสูงเนิน ผู้ขับแท็กซี่และได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด เปิดเผยว่า ขณะขับรถอยู่ ขับช้าประมาณ 10-20 กม./ชม. อยู่ๆ ก็มีคนโยนระเบิดเข้ามาใส่โดยไม่ได้เรียกรถแท็กซี่ ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นระเบิด ซึ่งตกด้านหน้ารถห่างจากรถประมาณ 1 เมตร พอรถตนเคลื่อนไปก็ระเบิดใต้ท้องรถด้านกระโปรงหน้าพอดี

             "ผมรู้ชา ๆ มึน ๆ หัวตอนระเบิด แต่อาการไม่เป็นไรแล้ว และไม่มีผู้โดยสารอยู่ในรถผม จากนั้นผมก็ลงจากรถมา บอกให้คนอยู่แถวนั้นช่วยจับคนร้ายไว้ และวิ่งไล่ไปทางปากซอย และขณะที่คนร้ายพยายามจะโบกรถ แต่ไม่มีคนจอดให้ เป็นจังหวะเดียวกับตำรวจมาขวาง พอจะเข้าไปจับกุมเขาก็ควักระเบิดออกมา ก็ระเบิดตึ้มอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมองไม่ชัดว่าเขาปาหรือไม่ได้ปา ควักออกมาผมก็ได้ยินเสียงระเบิดตึ้มเลย ซึ่งผมและตำรวจอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 15 เมตร" นายสัญชัย กล่าว 

             
เขียนเมื่อ : 17 ก.พ. 2555,22:30   เข้าชม : 124 ครัั้้ง   แจ้งลบ

ข่าวอำเภอพิชัย » ข่าวเด่นในพิชัยอื่นๆที่น่าสนใจ
มือบึ้มอิหร่านยังไม่รู้สึกตัว
ข่าววางระเบิด,ข่าวความคืบหน้ากรณีวางระเบิดซอยปรีดีพนมยงค์,อิหร่านวางระเบิด
งานบวชนาคสามัคคีวัดบ้านเกาะ
งานบวชนาคสามัคคีวัดบ้านเกาะ ตำบลบ้านดาราอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดงานโดย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์
แฟ้มภาพชมรมผู้สูงอายุอำเภอพิชัยปฏิบัติธรรมถวายในหลวง
ชมรมผู้สูงอายุ อำเภอพิชัย
ขอเชิญเที่ยวงานประจำปีนมัสการหลวงพ่อโต วัดหน้าพระธาตุ
ขอเชิญเที่ยวงานประจำปีนมัสการหลวงพ่อโต วัดหน้าพระธาตุ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ พระศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพิชัย ในวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2555 สอบถามได้ที่ อบต.ในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ชมฟรีตลอดงาน
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
คำค้น
กมล พูลด้วง กินตับ กีฬาสีโรงเรียนพิชัย คำขวัญอำเภอพิชัย งานราชการ จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำแหน่งงานว่างที่ว่าการอำเภอพิชัย นักฆ่าขนตางอน บ้านดารา บ้านนายาง บ้านไร่อ้อย ประเทือง หรั่งศิริ ประเทือง_หรั่งศิริ พระยาพิชัยดาบหัก รับสมัครงานอำเภอพิชัย ร้องไห้หาพ่อเธอหรือ ร้านค้า ร้านค้าในพิชัย สำนักงานที่ดินอำเภอพิชัย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพิชัย หลวงพ่อโต หางานพิชัย หาแฟนพิชัย อบต.คอรุม อพปร อำเภอพิชัย โรงพยาบาลพิชัย โรงเรียนบ้านคลองละวาน โรงเรียนบ้านในเมือง โรงเรียนพิชัย

อำเภอพิชัย พระยาพิชัยดาบหัก จังหวัดอุตรดิตถ์

www.Stats.in.th